การเติบโตของ crypto สู่ผลกระทบของธนาคาร

โลกยุคใหม่มีแต่การก้าวล้ำไปข้างหน้า ไม่มีคำว่าหยุดนิ่ง สิ่งที่ยังอยู่ได้นั้นหมายถึงสิ่งนั้นต้องพร้อมปรับตัว รับมือ และก้าวเดินไปข้างหน้าเช่นกัน


กระแสการเกิด crypto สร้างความสั่นสะเทือนให้กับบรรดานักลงทุนจำนวนมาก มีทั้งว้าวกับความใหม่สดนี้ และมีทั้งความกังวลใจสำหรับสิ่งเดิมๆ ที่ไม่พร้อมปรับตัว เพราะฉะนั้นในช่วงที่ผ่านมาคำถามเกี่ยวกับผลกระทบที่ crypto จะส่งผลอะไรบ้างกับธนาคารจึงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ธนาคารซึ่งเป็นสถาบันการเงินหลักและคุ้นเคยกับผู้คนมานาน จะต้องถูกบังคับให้ปรับบริการหรือไม่ ธนาคารจะสร้าง cryptocurrency ของตัวเองหรือไม่ และหากธนาคารได้รับผลกระทบ จะส่งผลอย่างไรต่อลูกค้าหรือเปล่า? เราลองไปค้นหาคำตอบในข้อคำถามและความกังวลใจนี้กันดูค่ะ


การเติบโตของ crypto สู่ผลกระทบของธนาคาร
การเติบโตของ crypto สู่ผลกระทบของธนาคาร

เริ่มต้นทำความรู้จัก “สกุลเงินดิจิทัล” คืออะไร?


สกุลเงินดิจิทัลเป็นหน่วยเงินตราที่ไม่มีรูปแบบทางกายภาพ แต่จะถูกจัดเก็บแบบอิเล็กทรอนิกส์ในบล็อคเชน และมีวิธีการเข้ารหัสใช้เพื่อควบคุมและตรวจสอบการโอนเงิน ซึ่งแตกต่างจากสกุลเงินอื่น ๆ อุปทานที่เกิดขึ้นจะไม่ได้ถูกกำหนดโดยธนาคาร ตัวอย่างที่รู้จักกันดีที่สุดคือ Bitcoin สกุลเงินดิจิทัลดั้งเดิม


ความเป็นมาของ cryptocurrency


เพื่อให้เข้าใจว่า cryptocurrency มีผลกระทบอะไรที่อาจเกิดขึ้นต่อสถาบันอย่างธนาคาร เราจำเป็นต้องทำความเข้าใจสั้นๆ เกี่ยวกับประวัติความเป็นมา ซึ่งจะช่วยให้ทราบว่ามันกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเพียงใด

มีคำกล่าวว่าการเกิดขึ้นของสกุลเงินดิจิทัลจะทำให้คนที่ไม่สามารถเข้าถึงการค้าและการเงินเมื่อสิบปีก่อนสามารถทำได้ในวันนี้ สิ่งนี้จะช่วยยกระดับให้คนจำนวนมากออกจากความยากจน เป็นการมอบทางเลือกทางการเงินอื่นๆ ให้กับผู้ที่อาจไม่เคยได้รับการพิจารณาจากธนาคารมาก่อนเลย หรือหมายถึงผู้ที่ถูกเมินโดยระบบสถาบันการเงินแบบเดิมมาโดยตลอดนั่นเอง และด้วยสกุลเงินดิจิทัลนี้ ไม่เพียงแต่จะทำให้ผู้คนไม่จำเป็นต้องติดต่อกับธนาคารแบบเดิมแล้ว แต่ยังสามารถหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมธนาคารหรือขั้นตอนจุกจิกมากมายได้อีกด้วย

ปรากฎการณ์นี้นี่เอง ทำให้สาขาธนาคารกว่า 600 แห่งในสหราชอาณาจักรปิดตัวลง และในปี 2559 HSBC รายงานว่ามีผู้คนมาให้บริการที่สาขาลดลงกว่า 40% และจากจุดนี้เอง เป็นที่เข้าใจได้ว่าธนาคารบางแห่งมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่างๆ ที่จะตามมาจากสกุลเงินดิจิทัล และหากยังคงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อาจทำให้สถาบันการเงินอย่างธนาคารที่มีอยู่ล้าสมัยในที่สุดก็เป็นไปได้

 

หลากความเห็นของผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับ cryptocurrency


ด้วยสกุลเงินดิจิทัลเป็นวิธีการทางการเงินแบบใหม่แก่ผู้คน เช่น มันสามารถแปลเป็นสกุลเงินปกติได้อย่างง่ายดายและใช้เพื่อทำธุรกรรมปกติ โดยไม่ได้ออกโดยธนาคารกลางหรืออยู่ภายใต้อำนาจการเงินส่วนกลาง สิ่งนี้ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับธนาคารแบบดั้งเดิม มีจำเป็นต้องปรับปรุงบริการหรือไม่ หลายคนจึงเชื่อว่าธนาคารต่างๆ จะรู้สึกถูกคุกคาม นักวิเคราะห์การวิจัยทางการเงินได้แนะนำว่าธนาคารจะต้องพิจารณาถึงวิธีการใช้เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลัง cryptocurrency หากไม่เป็นเช่นนั้น มีความเป็นไปได้ที่พวกเขาจะล้าสมัยและตกขอบไปอย่างช่วยไม่ได้


ปฏิกิริยาของธนาคารต่อ cryptocurrency


เมื่อพูดถึงธนาคารทั่วโลก ในแง่ของปฏิกิริยา มีความแตกแยกเล็กน้อย บางประเทศต่อต้านอย่างสมบูรณ์ ในขณะที่บางกระแสเชื่อว่าสามารถให้โอกาสมากมาย ยกตัวอย่าง จีนและเวียดนามได้ดำเนินการแบน cryptocurrency ธนาคารของรัฐเวียดนามกล่าวว่า Bitcoin และสกุลเงินเสมือนอื่นๆ ไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นวิธีการชำระเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย ถ้อยแถลงกล่าวต่อไปว่าการใช้สกุลเงินดิจิทัลอาจส่งผลให้ต้องเสียค่าปรับ

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญจากในออสเตรเลีย ได้กล่าวว่า "จากนโยบายการชำระเงินของธนาคาร สกุลเงินดิจิทัลซึ่งดูเหมือนจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาด้านกฎระเบียบเร่งด่วน" เขาแนะนำว่า แทนที่จะพยายามควบคุม cryptocurrency ควรปรับทัศนคติและมองว่าบางทีมันอาจจะเป็นประโยชน์มากกว่าในการควบคุม เขายังบอกเป็นนัยว่า สกุลเงินดิจิทัลและบล็อคเชนสามารถให้โอกาสแก่ธนาคารได้อย่างแท้จริง

ในขณะที่ธนาคารอังกฤษได้รับรายงานถึงการหลีกเลี่ยงจากบริษัทที่จัดการสกุลเงินดิจิทัล โดยธนาคารแห่งประเทศอังกฤษกล่าวว่า "หากธนาคารกลางจะออกสกุลเงินดิจิทัล มันจะมีผลกระทบในวงกว้างสำหรับนโยบายการเงินและความมั่นคงทางการเงิน" อย่างไรก็ตามมีความพยายามที่บรรดาธนาคารทั้งหลายกำลังค้นคว้าว่าสกุลเงินที่ออกโดยธนาคารกลางว่าจะเป็นไปได้หรือไม่


cryptocurrency อาจเป็นอนาคตของธนาคารหรือไม่?


เป็นการยากที่จะตอบคำถามนี้ด้วยความมั่นใจ Gregory Efthimiou อธิบายเมื่อเขียนเรื่อง The Market Mogul ว่า "การไม่ปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติทางการเงินแบบเดิมๆ อาจเป็นอุปสรรคต่อการมีอายุที่ยืนยาวของกิจการ" นี่แสดงให้เห็นว่าอาจจำเป็นต้องหาจุดกึ่งกลาง ธนาคารจำเป็นต้องทำอะไรมากขึ้นเพื่อทำความเข้าใจและรองรับเทคโนโลยีบล็อคเชนที่อยู่เบื้องหลังสกุลเงินดิจิทัล และผู้สร้างสกุลเงินดิจิทัลใหม่เองก็จำเป็นต้องพิจารณาและมองเห็นความสำคัญของระบบปฏิบัติการธนาคารแบบดั้งเดิมด้วย

 

มองให้เห็นและหาช่องคว้าโอกาส


หลายสิบประเทศทั่วโลกกำลังอยู่ในขั้นตอนของการออกแบบสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDCs) ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ไม่ใช่คำสั่งดิจิทัลแบบ fiat Stablecoins และบัญชีแยกประเภทแบบกระจาย มันกำลังถูกสร้างขึ้นในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อให้การค้าออนไลน์หรือการชำระเงินข้ามพรมแดนเร็วขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดต้นทุนลง สกุลเงินดิจิตอลเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ซึ่งสถาบันการเงินจำเป็นต้องเข้าใจ

ความสงสัยต่อแนวโน้มใดๆ ที่สร้างความฮือฮาอย่างมากไม่เพียงแต่เรื่องเหมาะสมเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องช่องทางความได้เปรียบอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น บริการทางการเงินที่ไม่ชอบความเสี่ยงและมีการควบคุมอย่างเข้มงวด แต่ความสงสัยเหล่านี้ไม่ควรถูกนำมาเป็นข้ออ้างในการไม่ทำอะไรเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออาจนำไปสูงการพลาดโอกาสต่างๆ

อาจกล่าวได้ว่ายังมีคำถามมากมายให้ตอบเกี่ยวกับเรื่องสกุลเงินดิจิทัล ข้อกังวลที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้เป็นเพียงปัญหาบางส่วนที่ยังต้องแก้ไข แต่จากมุมมองของผู้ให้บริการทางการเงิน ถึงเวลาแล้วที่ธนาคารจะเริ่มมองหาโอกาสที่นำเสนอโดย cryptocurrency และสร้างกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีเพื่อรวมเข้ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโอกาสเหล่านี้ และความท้าทายที่สถาบันการเงินต้องเผชิญในการมองหาสกุลเงินดิจิทัล กำลังกลายเป็นกระแสหลักหรือไม่ ลูกค้าในสายธุรกิจต่างๆ จะต้องการบริการทางการเงินแบบดั้งเดิมในการซื้อ ขาย ถือครอง แลกเปลี่ยน หรือชำระบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัล ความต้องการเหล่านี้เกี่ยวข้องกับความเสี่ยง สภาพคล่อง กลยุทธ์ทางการเงิน ภาษี และอื่นๆ นี่คือบริการที่สถาบันการเงินต้องนำมาขบคิดมากว่าการมาถกเถียงเรื่องสกุลเงินดิจิทัลจะเป็น "ของจริง" หรือไม่


การสร้างข้อมูลที่ทำให้ผู้รับบริการกลัวหรือการพยายามลดความน่าเชื่อถือของ cryptocurrency ย่อมเป็นสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์ใดๆ เพราะโลกพัฒนาไปข้างหน้าเรื่อยๆ อย่างไรเสียสิ่งเหล่านี้ย่อมต้องเกิดขึ้นและเป็นสิ่งสำคัญในอนาคตอย่างแน่นอน สถาบันการเงินอย่างธนาคารจึงจำเป็นต้องปรับตัวและรองรับสิ่งนี้ พร้อมทั้งหาช่องทางที่ดีที่สุดสำหรับตัวคุณเองและลูกค้าของคุณด้วยเช่นกัน

Sponsored