ทุกวิกฤติมีโอกาส แต่วิกฤตินี้ Bitkub จะเป็นเช่นไร

เรียกได้ว่ากระแสที่สั่นสะเทือนวงการ cryptocurrencies ของไทยตอนนี้คงหนีไม่พ้นการยกเลิกข้อตกลงร่วมระหว่าง SCB X และ Bitkub หลังจากที่อยู่ในภาวะสูญญากาศให้ลุ้นกันมาสักระยะหนึ่ง การปล่อยมือทางใครทางมันของสองยักษ์ใหญ่ในโลกแห่งการเงินสร้างแรงกระเพื่อมให้กับตลาดสินทรัพย์สกุลเงินดิจิทัลมากพอสมควร บางกระแสกล่าวว่านี่คือการปิดฉากเส้นทางการลงทุน ความเชื่อมั่นของนักลงทุนชาวไทยในโลกแห่งสกุลเงินดิจิทัลพอสมควร ในขณะที่ CEO ใหญ่ของ Bitkub กลับออกมาส่งกระแสว่านี่คือความธรรมดา เป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้ในวงการธุรกิจการลงทุน เพราะฉะนั้น เรามาย้อนรอยเรื่องราวและทำความเข้าใจเรื่องนี้กันหน่อย ว่าทิศทางจะเป็นอย่างไรต่อไป จะเป็นวิกฤติที่นำไปสู่จุดจบ หรือวิกฤติที่สร้างความแข็งแกร่งกันแน่


ทุกวิกฤติมีโอกาส แต่วิกฤตินี้ Bitkub จะเป็นเช่นไร
ทุกวิกฤติมีโอกาส แต่วิกฤตินี้ Bitkub จะเป็นเช่นไร

เส้นทางของ SCB X ในโลกสินทรัพย์ดิจิทัล


SCB X ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของธนาคารไทยพาณิชย์ได้สร้างความฮือฮาเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ในการประกาศดีลการลงทุนกับ Bitkub โดยดีลมูลค่าสูงถึง 17.8 พันล้านบาท นับเป็นกระแสข่าวที่สร้างความคึกคักและกระตุ้นความตื่นเต้นให้กับบรรดานักลงทุนกลุ่มการเงินและสตาร์ทอัพ โดย SCB X กล่าวในขณะนั้นกล่าวว่าข้อตกลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการเปลี่ยนแปลงธุรกิจและผลักดันให้สินทรัพย์ดิจิทัลได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วขึ้นไปอีก และข้อตกลงดังกล่าวคาดว่าจะชักจูง Bitkub Capital Group Holdings Co ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Bitkub Online ให้กลายเป็นยูนิคอร์น ซึ่งเป็นการเริ่มต้นมูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปัจจุบันประมาณ 36 พันล้านบาท) และทำให้จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของBitkub Capital อาจกลายเป็นมหาเศรษฐีหน้าใหม่


แต่แล้วไม่นานนัก กระแสข่าวได้แพร่สะพัดออกมาว่า SCB X เลื่อนการประมูลเข้าซื้อหุ้น 51% ใน Bitkub 17.85 พันล้าน อย่างไม่มีกำหนด โดยให้เหตุผลว่ายังมีกฎระเบียบที่ขัดขวางการเติบโตของการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล และได้ชี้แจงอย่างชัดเจนในแถลงการณ์ของบริษัทต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่าข้อตกลงดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบสถานะ และไม่รู้ว่าข้อตกลงจะถูกผนึกกันเมื่อไร เพราะฉะนั้นเหล่าบรรดากูรูทั้งหลายจึงคาดคะเนว่า นี่คือสัญญาณที่ทุกอย่างอาจจะไม่เป็นดั่งฝัน จากที่ทั้งสองฝ่ายได้วางแผนกันไว้ว่าจะดำเนินการตรวจสอบสถานะให้เสร็จสิ้นในไตรมาสแรกของปีนี้ ก่อนที่ SCB Securities Co ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ SCB X จะเข้าซื้อหุ้นของ Bitkub Online 51% จาก Bitkub Capital ใน anticlimax ขององค์กร และทุกอย่างก็สิ้นสุด เมื่อคำตอบทั้งสองฝ่ายประกาศยกเลิกข้อตกลงเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา

 

ปัจจัยอะไรที่นำมาสู่การล้มดีล


เมื่อ SCB X ได้ประกาศความตั้งใจที่จะเข้าถือหุ้นส่วนใหญ่ในครั้งแรก ตลาดการลงทุนและนักลงทุนต่างตื่นเต้นและถูกมองว่านี่เป็นเครื่องพิสูจน์ศักยภาพของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล อย่างไรก็ตาม ยังมีเสียงจากผู้ที่คลางแคลงใจและตั้งข้อสงสัยว่าป้ายราคาสูงเกินไปไหม จึงตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ของสินทรัพย์ดิจิทัล หลายฝ่ายได้คาดการณ์ไว้แล้วว่ามูลค่าตลาดของสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลก รวมถึงการแลกเปลี่ยน Bitkub นั้นถึงจุดสูงสุดและกำลังจะร่วงลง นักวิเคราะห์ด้านการลงทุนให้ความเห็นว่า ผลกระทบของการล็อกดาวน์จากโควิด 19 ทำให้ซัพพลายเชนทั่วโลกหยุดชะงัก ส่งผลให้ราคาสินค้าและบริการสูงขึ้น อัตราเงินเฟ้อในประเทศพัฒนาแล้วทั้งในยุโรปและสหรัฐอเมริกาพุ่งสูงขึ้นตั้งแต่สถานการณ์รัสเซียบุกยูเครนในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป็นผลพวงนำไปสู่การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและราคาก๊าซและน้ำมันที่สูงขึ้น ส่งผลให้ธนาคารกลางในหลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ เริ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้


สภาวะตลาดที่ไม่เอื้ออำนวยทั่วโลก การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในประเทศ และการชะลอตัวของการเพิ่มเงินสดเข้าสู่เศรษฐกิจ ได้จุดประกายให้นักลงทุนวิตกถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอย นำไปสู่การเทขายหุ้นออกและสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ ด้วยเหตุนี้เองมันจึงส่งผลกระทบต่อตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล มูลค่าของสินทรัพย์ดิจิทัลลดลงในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ตัวอย่างเช่น Bitcoin เพิ่งซื้อขายที่มากกว่า 20,000 ดอลลาร์เล็กน้อยจากจุดสูงสุดที่ประมาณ 68,000 ดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ความเชื่อมั่นดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์ดิจิทัลของไทยด้วยเช่นกัน ตัวอย่างเช่น Bitkub Coin ซึ่งเป็นโทเค็นดิจิทัลที่ออกโดย Bitkub มีการซื้อขายเมื่อเร็ว ๆ นี้ที่ประมาณ 60 บาทจากจุดสูงสุดที่เกือบ 600 บาทในเดือนธันวาคมปีที่แล้ว

 

กระแสเตือนที่ผ่านมา


อย่างที่บอกว่าในวงการ cryptocurrencies ยังมีผู้คลางแคลงจากทั่วโลก นักลงทุนจำนวนหนึ่งได้หลีกเลี่ยงสินทรัพย์ดิจิทัลและไม่เห็นความสำคัญสำหรับพวกเขาในเศรษฐกิจโลก ซึ่งในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Warren Buffett นักลงทุนชื่อดังได้ปฏิเสธถึงประโยชน์ของสกุลเงินดิจิทัล โดยกล่าวว่าเขาจะปฏิเสธที่จะซื้อ bitcoin แม้ว่าจะเสนอให้เขาในราคา $25 และออกมาประณาม cryptos อย่างเอาจริงเอาจังทั้งที่มูลค่าตลาดของ bitcoin นั้นมากกว่า 700 พันล้านดอลลาร์ ในขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกยังเตือนเกี่ยวกับการนำ cryptocurrencies มาใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน แม้จะมีบางประเทศเช่นเอลซัลวาดอร์ ที่รับ bitcoin เป็นเงินที่ถูกกฎหมายตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว นักลงทุนรุ่นใหม่จำนวนมากมีความกังวลที่จะเข้าสู่การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ส่วนทางการประเทศไทยในปีนี้ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทในเรื่องกฎระเบียบสำหรับตลาดดิจิทัลมากขึ้น ท่ามกลางมาตรการดังกล่าว สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้จำกัดขอบเขตการโฆษณาโดยผู้ประกอบการแลกเปลี่ยนดิจิทัล เป็นความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อเสถียรภาพของค่าเงินบาทและระบบการเงินโดยรวม และในปีนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยได้สั่งห้ามการใช้ cryptocurrencies เป็นวิธีการชำระเงินค่าสินค้าและบริการ ทั้งนี้ประเทศอื่นๆ เช่น ประเทศจีนได้สั่งห้าม cryptocurrencies ที่ออกโดยบริษัทเอกชน กฎระเบียบใหม่ได้จำกัดขอบเขตของการใช้ cryptocurrencies และสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ มีการแทรกแซงด้านกฎระเบียบทำให้สินทรัพย์ดิจิทัลมีความน่าสนใจน้อยลง เนื่องจากศักยภาพในการเติบโตได้รับการควบคุมโดยหน่วยงานของรัฐ การแข่งขันที่สูงในธุรกิจแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลทำให้ธุรกิจของ Bitkub มีความน่าสนใจน้อยลงด้วย

 

ทิศทางของ Bitkub และ SCB X


เนื่องจากตลาดดิจิทัลได้รับผลกระทบอย่างหนักในปีนี้ บริษัทหลายแห่งที่ทำธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจึงล้มละลาย แม้แต่ Zipmex ซึ่งเป็นคู่แข่งของ Bitkub นั้นในเดือนกรกฎาคมได้ยื่นขอความคุ้มครองการล้มละลายในประเทศสิงคโปร์ เพราะไม่สามารถชำระคืนลูกค้าที่ฝากเงินคริปโตเคอเรนซีในแพลตฟอร์มเพื่อรับผลตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ยได้ แม้ว่า Bitkub Online จะไม่ประสบกับความสูญเสียทางการเงิน แต่สำนักงาน ก.ล.ต. ได้ลงแรงกับบริษัทมีการปรับ Bitkub และผู้บริหารหลายครั้งตั้งแต่ปี 2020 เรื่อยมา


ในขณะที่การดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคงและมั่งคั่งในอดีต ทำให้ราคาหุ้นของ SCB X ปรับตัวสูงขึ้นหลังจากข้อตกลงการเข้าซื้อกิจการถูกยกเลิก ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดพอใจกับการตัดสินใจของผู้บริหารที่จะถอยออก ด้าน Bitkub ถือว่าวิกฤติครั้งนี้หนักหนาพอสมควร เพราะราคาของเหรียญร่วงลดลงอย่างรวดเร็ว แถมผู้บริหารโดนสั่งเปรียบเทียบปรับเป็นเงินกว่า 8.5 ล้านบาท และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของผู้เสนอขายโทเคนดิจิทัลหรือผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เป็นเวลา 12 เดือนอีก แต่ใช่ว่าวิกฤติของ Bitkub ครั้งนี้จะทำให้ต้องหายไปจากตลาดไปเลย เพราะทีมยังยืนยันว่าทุกอย่างยังอยู่ในกระบวนการกฎหมายและทีมพร้อมพัฒนาเทคโนโลยีของ Bitkub Chain ต่อไป พร้อมยืนยันว่า การพัฒนาเครือข่าย Bitkub Chain และการดำเนินการของบริษัท ไม่ได้รับผลกระทบกับเหตุการณ์นี้แต่อย่างใด


เพราะฉะนั้นนี่อาจเป็นวิกฤติที่ยังไม่มีใครรู้ปลายทางแน่ชัด คงต้องขึ้นกับจังหวะและโอกาสของกระแสโลกและปัจจัยต่างๆ เป็นสำคัญ เราคงต้องรอดูกันต่อไปว่า Bitkub จะสามารถฝ่าฟันและผงาดขึ้นในวงการนี้ได้อีกครั้งหรือไม่


Sponsored