ภาษีคริปโตฯ แบบง่าย ๆ

ใครที่กำลังประกอบธุรกิจและลงทุนเกี่ยวกับคริปโตเคอเรนซี่รวมไปถึงกลุ่มโทเคนดิจิทัล สิ่งที่จำเป็นและจะต้องทำความเข้าใจก็คือรูปแบบทางธุรกิจรวมไปถึงแนวทางที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนรวมไปถึงประชาชน โดยเฉพาะความเข้าใจในเรื่องที่เกี่ยวกับเงินภาษีและแนวทางปฏิบัติสำหรับคริปโตเคอเรนซี่และโทเคนดิจิทัลที่ถูกต้อง เพราะถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางรายได้ที่จำเป็นจะต้องมีการเสียภาษีด้วยเช่นกัน วันนี้เราก็เลยจะพามาทำความเข้าใจกับภาษีคริปโตฯ แบบง่าย ๆ เอาไว้เป็นแนวทางและข้อมูลประกอบสำหรับผู้ที่สนใจทำธุรกิจด้านนี้กันค่ะ


ภาษีคริปโตฯ แบบง่าย ๆ
ภาษีคริปโตฯ แบบง่าย ๆ

ความหมายของคริปโตเคอเรนซี่และโทเคนดิจิทัล


สำหรับความหมายของคริปโตเคอเรนซี่และโทเคนดิจิทัลอ้างอิงตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ก็มีความหมายดังนี้


• คริปโตเคอเรนซี่ หมายถึง หน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกสร้างขึ้นบนระบบหรือเครือข่าย อิเล็กทรอนิกส์เพื่อวัตถุประสงค์ใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนหรือเพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้าบริการรวมไปถึงสิทธิอื่นใดและการแลกเปลี่ยนระหว่างสินทรัพย์ดิจิทัล และให้หมายรวมถึงหน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์อื่นใดตามที่ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ประกาศกำหนด

• โทเคนดิจิทัล หมายถึง หน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกสร้างขึ้นบนระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดสิทธิของบุคคลในการเข้าร่วมลงทุนโครงการหรือกิจการใด ๆ และเพื่อกำหนดสิทธิ์ในการได้มาซึ่งสินค้าหรือบริการรวมไปถึงสิทธิอื่นใดที่เฉพาะเจาะจงตามข้อตกลงระหว่างผู้ออกและผู้ถือ และให้ไหมรวมถึงหน่วยแสดงสิทธิอื่นตามที่ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ประกาศกำหนด


ภาษีสำหรับคริปโตเคอเรนซี่/โทเคนดิจิทัล


การได้รับมาซึ่งรายได้จากคริปโตเคอเรนซี่และโทเคนดิจิทัลจำเป็นที่จะต้องมีการเสียภาษีโดยการยื่นแบบฯ ภ.ง.ด.90/91 สำหรับปีภาษีดังกล่าว ภายในวันที่ 31 มี.ค. ของปีถัดไป ซึ่งการได้รับรายได้จากคริปโตเคอเรนซี่/โทเคนดิจิทัลก็มีดังนี้

• การจำหน่าย จ่าย โอน หรือแลกเปลี่ยนคริปโตเคอเรนซี่/โทเคนดิจิทัล

• การขุดคริปโตเคอเรนซี่

• การได้รับคริปโตเคอเรนซี่ในลักษณะของเงินเดือนหรือค่าจ้าง

• การได้รับคริปโตเคอเรนซี่/โทเคนดิจิทัลจากการให้หรือได้รับเป็นรางวัล

• การได้รับผลประโยชน์หรือผลตอบแทนจากการถือครองในรูปแบบของคริปโตเคอเรนซี่และโทเคนดิจิทัล

 

การคำนวณเงินได้เพื่อยื่นแบบภาษีคริปโตเคอเรนซี่/โทเคนดิจิทัล


ถ้าหากรายได้ที่เกิดจากคริปโตเคอเรนซี่/โทเคนดิจิทัลตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าที่ลงทุนให้ถือว่าเป็นเงินได้ มาตรา 40(4)(ฌ) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งการคำนวณต้นทุนของคริปโตเคอเรนซี่/โทเคนดิจิทัล ก็สามารถทำได้โดยใช้วิธีมาตรฐานการบัญชีรับรอง เช่น


• วิธีเข้าก่อนออกก่อน (The first-in first-out; FIFO) เป็นวิธีคำนวณต้นทุนของคริปโตเคอเรนซี่/โทเคนดิจิทัลที่ซื้อมาก่อนที่จะขายออกไปก่อนตามลำดับ จึงทำให้รายการที่เหลืออยู่ ณ วันสุดท้ายจะเป็นคริปโตเคอเรนซี่/โทเคนดิจิทัลที่ซื้อมาครั้งหลังสุด


• วิธีต้นทุนถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ (The moving average cost) เป็นการคำนวณต้นทุนของคริปโตเคอเรนซี่/โทเคนดิจิทัลแต่ละประเภทโดยกำหนดจากการถัวเฉลี่ยต้นทุนของคริปโตเคอเรนซี่/โทเคนดิจิทัลประเภทเดียวกัน ณ วันต้นปีกับต้นทุนของคริปโตเคอเรนซี่/โทเคนดิจิทัลที่ได้ซื้อมาในระหว่างปีโดยจะต้องทำการคำนวณทุกครั้งที่มีการซื้อ


โดยเมื่อเลือกวิธีใดในการคำนวณต้นทุนคริปโตเคอเรนซี่/โทเคนดิจิทัลแล้วก็จะต้องใช้วิธีนั้นในการคำนวณต้นทุนภาษีตลอดปี ซึ่งถ้าหากมีการเปลี่ยนวิธีการคำนวณต้นทุนของคริปโตเคอเรนซี่/โทเคนดิจิทัลในปีถัดไปก็สามารถเปลี่ยนวิธีการคำนวณต้นทุนได้ตามสะดวก


การซื้อขายคริปโตเคอเรนซี่/โทเคนดิจิทัลในต่างประเทศจะต้องเสียภาษีอย่างไร

สำหรับใครที่มีแหล่งเงินได้จากการซื้อขายคริปโตเคอเรนซี่/โทเคนดิจิทัลอยู่ต่างประเทศก็ต้องพิจารณาดูก่อนว่า wallet ที่ใช้ในการซื้อขายนั้นอยู่ที่ประเทศใดซึ่งถ้าหากเป็นแหล่งเงินได้ภายในประเทศก็จะต้องมีการเสียภาษีภายในประเทศไทยตามปกติ แต่ถ้าหากเป็นแหล่งเงินได้จากต่างประเทศก็ต้องพิจารณาจากตัวผู้รับเงิน ซึ่งถ้าหากอยู่ในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 180 วันและได้มีการนำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทยภายในปีภาษีเดียวกับที่อยู่ถึง 180 วัน ก็จำเป็นที่จะต้องเสียภาษีตามปกติ

 

กรณีไหนบ้างที่ไม่ต้องเสียภาษีคริปโตเคอเรนซี่/โทเคนดิจิทัล


• มีรายได้ที่เกิดจากคริปโตเคอเรนซี่/โทเคนดิจิทัลเพียงอย่างเดียวและมีกำไรตลอดปีไม่เกิน 60,000 บาท ไม่ต้องทำการยื่นหรือเสียภาษี โดยสามารถทำการยื่นขอคืนภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายได้

• มีรายได้ที่เกิดจากคริปโตเคอเรนซี่/โทเคนดิจิทัลเพียงอย่างเดียวและมีกำไรตลอดปีไม่เกิน 210,000 บาท ต้องทำการยื่นแต่ไม่ต้องเสียภาษี โดยสามารถยื่นขอคืนภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายได้

• อายุ 65 ปีขึ้นไปหรือมีบัตรประจำตัวผู้พิการ โดยมีรายได้ที่เกิดจากคริปโตเคอเรนซี่/โทเคนดิจิทัลตลอดปีไม่เกิน 400,000 บาท ต้องทำการยื่นแต่ไม่ต้องเสียภาษีโดยสามารถทำการยื่นขอคืนภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายได้

• มีเงินได้คริปโตเคอเรนซี่/โทเคนดิจิทัลจากต่างประเทศโดยที่ผู้รับเงินอยู่ในประเทศไทยปีนั้นไม่ถึง 180 วันและไม่ได้นำเงินเข้ามาภายในประเทศในปีที่เกิดเงินได้


กล่าวโดยสรุปก็คือไม่ว่าจะในกรณีใด ๆ ก็ตามที่เกิดรายได้ขึ้นมาจากคริปโตเคอเรนซี่/โทเคนดิจิทัลก็จำเป็นที่จะต้องมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้ตามกฎหมาย ไม่ควรหลีกเลี่ยงการยื่นและเสียภาษีเพราะกรมสรรพากรสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งนอกจากจะต้องรับผิดชอบในการชำระเงินเพิ่มแล้วก็ยังอาจเสียเบี้ยปรับเพิ่มอีกด้วย

Sponsored